|
5 The 5 Dangers for Babies in Early Developmental Stages
5...อันตรายร้ายแรงที่สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายกับเด็กเล็ก ช่วงขวบปีแรกซึ่งถือว่าเป็นช่วงแห่งการเสริมสร้างและพัฒนาที่สำคัญสำหรับเด็ก แต่ก็เป็นช่วงที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุดเช่นกันเพราะด้วยความบอบบางของสรีระและระบบภายในร่างกายเด็กที่ยังไม่พร้อมจะเผชิญกับสิ่งแวดล้อมรอบด้านมากนัก การที่คุณพ่อคุณแม่ได้ทราบถึงงอันตรายร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณสามารถดูแลและปกป้องลูกน้อยได้ก่อนที่จะสายเกินไป
|
|

- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเนื่องจากทางเดินหายใจอุดตัน
|
|
โดยปกติมนุษย์ทุกคนจะต้องหายใจเพื่อนำเอาอากาศที่ประกอบด้วย Oxygen เข้าสู่ร่างกายในระดับที่เหมาะสมOxygen saturation คือค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดแดงซึ่งระดับของออกซิเจนหรืออากาศที่อยู่ในเลือดที่ยิ่งมีน้อยจะยิ่งก่อให้เกิดการเสริมสร้างสมองที่ช้าและต่ำกว่ามาตรฐาน และจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเจริญเติบโตรวมถึงความอยู่รอดของเด็กทารก
|
|
|

- ภาวะที่เด็กถูกเขย่าเด็กแรงๆ จนอาจทำให้เส้นเลือดในสมองแตก
|
|
Shaken Baby Syndrome (SBS) ไม่ใช่โรคแต่เป็นภาวะที่เด็กถูกเขย่าเด็กแรงๆ จนอาจทำให้เส้นเลือดในสมองแตก ซึ่งก่อให้เกิดเลือดคลั่งในสมองได้ และในรายที่รุนแรงอาจถึงกับเสียชีวิตได้ ตัวอย่างการเหตุการณ์ที่ทำให้เด็กทารกอาการ SBS นี้ได้เช่น การใช้ car seat เป็นเวลานานเกินไป จาการทดสอบเด็กที่นั่งในคาร์ซีทเพื่อเดินทางไกลถึง 8 ชั่วโมงถูกค้นพบว่าก่อให้เกิดภาวะ Skaken Baby Syndrome ได้ นอกจากนี้การที่เด็กได้รับการสั่นเบาๆ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานก็มีส่วนส่งผลให้เด็กเป็นเกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน
สาเหตุอื่นๆ ของการเกิดภาวะ SBS ที่ควรทราบมีอีกหลายสาเหตุ ตัวอย่างเช่น เราเคยได้พบการรายงานว่าเด็กๆ อาจเกิดอาการนี้ได้แม้ในระหว่างที่คุณพ่อคุณแม่เล่นกับเด็ก เช่น การโยนเด็กขึ้นลอยในอากาศหรือจับเด็กเขย่าตัวแรงเกินไป นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญได้มีการวิจัยและพบว่าอุบัติเหตุจากการเดินทางที่เกิดขึ้นกับเด็กทารกที่คอยังไม่แข็งและนั่งใน car seat แบบหันหน้าเข้าเบาะนั้นได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรงและส่งผลให้เกิดภาวะ SBS นี้ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามการศึกษาในเรื่องนี้ยังต้องได้รับการค้นคว้าเพิ่มเติม ซึ่งในขณะนี้ทางศูนย์วิจับ Aprica Research Center ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยรายแรกของโลกที่ได้ทำการค้นคว้าเรื่องนี้ร่วมกับ US Research Institution โดยการใช้หุ่นเด็กแรกเกิดจำลองที่มีการติดตั้ง Censored Newborn Crash-Test Dummies หรือเครื่องตรวจจับระดับการสั่นในตัวเด็กเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้ได้ผลการวิจัยที่แม่นยำที่สุด
|
 |
|

- โรคที่ทำให้เด็กตายอย่างฉับพลัน
|
|
Sudden Infant Death Syndrome (SIDS) หรือ โรคที่ทำให้เด็กตายอย่างฉับพลัน หรือเรียกง่ายๆว่า โรคไหลตายสามารถเกิดขึ้นได้มากในเด็กช่วงวัยตั้งแต่ 4-12 เดือน โดยเด็กที่อาจดูมีสุขภาพร่างการแข็งแรงดีเกิดการเสียชีวิตอย่างฉับพลัน ในปัจจุบันโรค SIDS ถือได้ว่าเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กวัยแรกเกิดมากที่สุดเป็นอันสองในประเทศญี่ปุ่น และมากเป็นอันดับหนึ่งใน USA และ ยุโรป
ปัจจัยความเสี่ยงหลักที่ก่อให้เกิดโรค SIDS คือ การปล่อยให้เด็กนอนหลับทับท้องตัวเอง การให้นมที่ไม่ใช่นมแม่ คุณแม่ที่มีการสูบบุหรี่ในระหว่างตั้งครรภ์ หรือ มีควันบุหรี่ในบริเวณใกล้เคียง การอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนจัด รวมถึงการคลอดก่อนกำหนดหรือเด็กมีน้ำหนักตัวแรกคลอดน้อยเกินไป The American Academy of Pediatrics’s Policy Statement (สถาบันการศึกษากุมารเวชศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา) ได้ออกมาเตือนเกี่ยวกับการจัดให้เด็กอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงเกินไปจะส่งผลอันตรายต่อเด็กและยังได้ตีพิมพ์เพื่อเผยแพร่อย่างทั่วหลายเกี่ยวกับปัจจัยดังกล่าวในบทความ “Pediatrics” ในเดือนมีนาคม ปี2006
สำหรับการป้องกันโรค SIDS ในเอกสารตีพิมพ์ดังกล่าว ทางสถาบันได้แนะนำว่า คุณพ่อคุณแม่ควรจัดท่านอนและสถานที่นอนที่ถูกต้องให้กับเด็กเพื่อป้องกันไม่ให้มีการกดทับตรงบริเวณท้องมากเกินไป รวมถึงการปรับอุณหภูมิที่เหมาะสม
|
 |
|
|
|
ด้วยlifestyle แบบใหม่ที่มีกิจกรรมในช่วงกลางคืนเกิดขึ้นมากทำให้เด็กไม่สามารถสร้าง Biological Rhythmหรือ วัฎฐจักรชีวิตประจำวันหรือเรียกง่ายๆว่านาฬิกาชีวิต อย่างผู้ใหญ่ที่คอยแบ่งเวลากลางวันกลางคืนในร่างกายได้ จึงทำให้เด็กนอนไม่เพียงพอ และการปฎิบัติตัวในลักษณะดังกล่าวเป็นเวลานาน ส่งผลให้ความสามารถในการเรียนรู้ต่ำลง ขาดการควบคุมอารมณ์ รวมถึงพัฒนาการด้านอื่นๆ ช้าลงอีกด้วย
การวิจัยในเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้แสดงให้เห็นว่าการใช้ชีวิตสมัยใหม่นั้นก่อให้เกิดปัญหาการขาดเรียนเมื่อเด็กโตขึ้น เด็กๆ จะมีความยับยั้งเรื่องความโกรธน้อยลง ซึ่งปัญหาการนอนที่ไม่มีวินัย หรือ pattern การนอนที่ได้รับการรบกวนตั้งแต่สมัยยังเป็นทารกนี้สามารถพัฒนาไปสู่ปัญหาที่รุนแรงมากขึ้นในอนาคต
การป้องกันปัญหา Sleep Disorder ในวัยเด็กเล็กนั้นเป็นสิ่งสำคัญโดยบุคคลรอบข้างเด็กทารกควรให้ความสนใจ ใส่ใจต่อ lifestyle ตั้งแต่แรกเริ่มซึ่งจะช่วยให้เด็กสามารถเรียนรู้ที่จะแยกช่วงเวลากลางวัน-กลางคืนและสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ด้วยวิธีง่ายๆ คือการปล่อยให้เด็กได้เจอแสงสว่างในช่วงเช้าและปิดห้องให้มืดในช่วงกลางคืนรวมถึงการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการนอนหลับพักผ่อนสำหรับเด็ก
|
 |
|
- ปัญหาที่เท้าซึ่งเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการเดิน
|
| ปัญหาเท้าที่มาพร้อมกับชีวิตความเป็นอยู่แบบสมัยใหม่ที่ผิวหน้าพื้นดินนอกบ้านในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สร้างขึ้นโดยมนุษย์เช่นพื้นปูน เด็กมีโอกาสได้เดินบนพื้นหญ้านุ่มๆ หรือพื้นผิวที่เป็นธรรมชาติน้อยลง ซึ่งการเดินบนพื้นผิวราบเรียบและแข็งนี้จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อเท้าทั้งสองข้างแม้ว่าจะมีรองเท้ารองรับแล้วก็ตาม เพราะฉะนั้นปัญหาที่เท้าเช่น ฝ่าเท้าแบนและ นิ้วหัวแม่เท้าเอียงผิดรูป (โรคHallux Valgus) จึงเติบโตอย่างรวดเร็ว การฟอร์มตัวของกระดูกที่ฝ่าเท่าอย่างผิดแบบอาจส่งผลต่อโรคปวดหลังและข้อต่อเมื่อเด็กโตเป็นผู้ใหญ่ได้ โดยผลกระทบขั้นพื้นฐานที่พบมากคือ เมื่อเด็กโตขึ้นเค้าจะไม่สามารถวิ่งหรือเดินเป็นเวลานานได้และมันจะส่งผลต่อสุขภาพของเด็กในด้านอื่นๆอย่างรุนแรงเมื่อโตขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหาเท้าผิดรูปนี้คือการใส่รองเท้าที่มีผิดสรีระเท้าตั้งแต่เด็ก เพราะฉะนั้นการเลือกรองเท้าที่ถูกสุขลักษณะตั้งแต่ต้นจึงช่วยให้เท้าเด็กมีการเจริญเติบโตอย่างถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง |
 |
|
|